เกิน 2 หมื่นอีกวัน! โควิดวันนี้ ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 21,038 ราย เสียชีวิตอีก 207 ราย

วันนี้ (11 ส.ค.) เมื่อเวลา 07.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยตัวเลขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า

ล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 21,038 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อใหม่ 20,865 ราย และผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 173 ราย ยอดติดเชื้อรวมระลอกเมษายน 788,126 ราย รวมยอดติดเชื้อสะสม 816,989 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 207 ราย เสียชีวิตสะสม 6,774 ราย หายป่วยเพิ่ม 22,012 ราย
หายป่วยสะสมระลอกเมษายน 572,726 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 210,042 ราย

รายละเอียดผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 21,038 ราย มีดังนี้

1.ผู้ป่วยรายใหม่ จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 16,464 ราย

2.ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 4,382 ราย

3.จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 173 ราย

4.เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้า State Quarantine 19 ราย

รายละเอียดผู้เสียชีวิต ทั้ง 207 ราย มีดังนี้

ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 8 สิงหาคม 2564 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 21,717,954 โดส

วันที่ 10 สิงหาคม 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน

  • เข็มที่ 1 : 364,685 ราย
  • เข็มที่ 2 : 125,685 ราย
  • เข็มที่ 3 : 56,474 ราย

สมัยก่อนหัวหน้ากองปราบฯ ลั่น รับไม่ได้เห็นคลิป คฝ.กระทืบประชาชนมือเปล่า

ร้านพวงหรีด ดอกไม้สด aorest เสนอข่าว  วันนี้ (11 ส.ค. 64) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ อดีตผู้บังคับการกองปราบปรามแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ต่อการบริหารจัดการผู้ชุมนุมช่วงที่ผ่านมาว่า หลังได้เห็นคลิปวิดีโอ ตำรวจกองกำลังควบคุมฝูงชน (คฝ.) กรูกันเข้ารุมกระทืบประชาชนมือเปล่าแล้วรับไม่ได้จริงๆ และ อีกคลิปที่ตะโกนสั่งด้วยอารมณ์เดือดดาลให้นักข่าวมาเก็บภาพตำรวจที่โดนยิงอ้างว่าประชาชนทำนั้นแย่มาก สื่อมวลชนทำหน้าที่ของเขาตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ ต้องไม่ก้าวก่ายกัน ถามตัวเองก่อน เราตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามจริยธรรมตำรวจ ตามหลักสากลที่นานาอารยประเทศเขาทำกันแล้วหรือยัง

นอกจากนี้ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ยังระบุว่า การชุมนุม ถือเป็นสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ และการชุมนุมที่กระทำโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ยิ่งย่อมเป็นสิทธิอันพึงมีของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ไม่มีกฎหมายใดที่จะมาห้ามการชุมนุมดังกล่าว ถึงแม้รัฐเองจะอ้าง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ.ใดๆ ก็ตาม แต่รัฐจะต้องใช้ในการควบคุมเท่านั้นมิใช่ใช้ในการปราบปราม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบ จะต้องอำนวยความสะดวก และจัดให้มีพื้นที่การชุมนุม ตามที่ผู้ชุมนุมร้องขอ จากเหตุการณ์หรือคำร้องต่างๆ ซึ่งความผิดถ้าจะมี ก็คือต้องเกิดจากการที่การชุมนุมนั้นไม่เป็นอย่างที่ขอ

“แต่ในการชุมนุม 2 ครั้งล่าสุด เรากลับพบว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้มาตรการหนัก ห้ามไม่ให้เกิดการชุมนุมโดยเด็ดขาด กองกำลังควบคุมฝูงชนของรัฐได้ใช้ยุทธวิธีตำรวจเปิดฉากปิดและยึดคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุมด้วยเครื่องไม้เครื่องมือสารพัด ยิ่งในการสลายผู้ชุมนุม ก็มีอาวุธปืนลูกยาง ปืนยิงแก๊สน้ำตา ซึ่งใช้อย่างผิดหลักสากล มิหนำซ้ำยังเปิดฝ่ายเปิดฉากยั่วยุให้มวลชนปะทะ นี่คือความผิดพลาดอย่างยิ่งของการทำหน้าที่ตำรวจ

 

“เท่าที่ติดตามการชุมนุม ผมได้พบว่า ตำรวจจะทำเพียงการประกาศเตือนว่าผู้ชุมนุมได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายและจะมีการปราบปรามจับกุม จากนั้นก็เริ่มปฏิบัติการทันที โดยที่มิได้มีการเข้าเจรจาพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมในรูปแบบอื่น กรณีดังกล่าวนี้ ในฐานะที่เคยเป็นทั้งผู้ปฏิบัติและผู้ควบคุมฝูงชนมาก่อน ตลอดจนเคยเป็นผู้ฝึกสอนในวิชาดังกล่าวด้วย เห็นว่าเป็นการลัดขั้นตอนการปฏิบัติของชุดควบคุมฝูงชน มิได้ดำเนินการจากเบาไปสู่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง อันน่าจะขัดต่อหลักการสากล ตลอดจนในเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย”

พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุอีกว่า การชุมนุมโดยปราศจากอาวุธคือหลักการพื้นฐานที่ทั่วทั้งโลกมีให้การรับรอง และประชาชนผู้มาชุมนุมนั้นบริสุทธิ์ เป็นผู้ทรงสิทธิ นี่คือหลักแรกที่รัฐจะต้องเข้าใจและบริการอำนวยการจัดการ หากรัฐบาลจะยังใช้อำนาจในการจัดการกับการชุมนุมที่เห็นต่างและทุกข์ร้อนจากการบริหารจัดการของรัฐ ตำรวจควรจะต้องดูแลผู้ชุมนุมเพื่อตอบสนองความต้องการในข้อเรียกร้องและมีการเจรจาเท่านั้น แต่ที่ผ่านมามิได้กระทำตามตามนั้น เช่นที่ปรากฏ ทั้ง 2 ครั้ง กลับใช้ความรุนแรงด้วยการมีอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่าเข้าปราบปรามโดยอ้างว่าชอบธรรม และเหตุเช่นนี้เองที่จะทำให้ผู้ชุมนุมซึ่งมาด้วยความบริสุทธิ์ระบายอารมณ์ และทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ดังที่ปรากฏ เช่น ป้ายสีชื่อองค์กร การเผาตู้ยาม และอาจจะถึงการเผาสถานีตำรวจอย่างเช่นในอดีตที่ผ่านมา และอันนี้ถือได้ว่า เป็นการทำลายประเทศชาติด้วยน้ำมือของรัฐบาลเองใช่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เผาทรัพย์สินของทางราชการที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลเองโดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจนครบาล ควรจะดำเนินการสืบสวนให้ได้ความแน่ชัด ว่ากลุ่มผู้กระทำผิดดังกล่าวเป็นใครกันแน่ เพราะการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ มิใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญอย่างแน่นอน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สามารถเรียนรู้ได้ว่า ผู้กระทำการที่อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์จะให้เกิดเหตุการณ์อย่างไรเกิดขึ้น นี่ยังไม่นับการตอบโต้กลับของผู้ชุมนุมจากการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว และในการหากลุ่มผู้กระทำผิดก็ต้องแยกให้ชัดในสองเหตุนี้ด้วย

 

“ในฐานะอดีตข้าราชการตำรวจผู้เคยปฏิบัติงาน เห็นว่าจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ถึงเวลาแล้วที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ควรที่จะทบทวนการทำงานให้เป็นไปด้วยหลักการสากล การใช้ข้อกฏหมายระเบียบที่ชอบด้วยกฏหมาย หลักสิทธิมนุษยชนรวมถึงมนุษยธรรม โดยต้องเจรจาก่อนเป็นสำคัญ จะได้รู้ความต้องการของประชาชน อันเป็นผู้ทรงสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องบริการ

“ถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิรูปตำรวจขนานใหญ่ ให้เป็นตำรวจที่มีหัวใจประชาธิปไตย อำนวยความสะดวกให้ประชาชน มิใช่ขัดขวางสิทธิที่ประชาชนมี อย่างการปราบปราม จับกุม ใช้กฎหมายสารพัดจัดการเหมือนเห็นประชาชนเป็นศัตรูแบบที่ทำอยู่ในเวลานี้ เกียรติยศศักดิ์ศรีของตำรวจควรได้รับการฟื้นฟู ออกมาเดินดู มารับฟังประชาชนบ้างว่า วันนี้ ประชาชนเขามอง เขารู้สึกอย่างไรกับตำรวจ” พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุ

 

10 สถิติของ “ลิโอเนล เมสซี” กับ บาร์เซโลนา ภายหลังจากย้ายซบ PSG

ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะระดับซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนตินา ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกีฬาชนิดนี้

เกียรติยศในแง่รางวัลทั้งกับสโมสรและราวัลส่วนตัวนั้นมากมาย ซึ่งรวมถึงรางวัล บัลลงดอร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 6 สมัยด้วย

“เมสซี” จำต้องอำลาสโมสรไป แต่คงไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจเพราะเขาเดินออกมาในฐานะผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล พร้อมกับฝากความทรงจำและประวัติศาสตร์เอาไว้มากมาย ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็คงยากที่จะมีใครมาลบเลือนมันลงไปได้

นี่คือ 10 สถิติที่ ลิโอเนล เมสซี ฝากเอาไว้ใน คัมป์ นู แห่งนี้ หลังจากที่เข้าย้ายไปร่วมทีมใหม่อย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เป็นที่เรียบร้อย

1) ดาวซัลโวตลอดกาล: เมสซี เป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของ บาร์เซโลนา ด้วยสถิติ 672 ประตู

2) ลงเล่นมากที่สุด: เขาลงเล่นให้สโมสร 778 นัด มากกว่าอันดับสอง ชาบี เอร์นานเดซ อยู่ถึง 11 นัด

3) ทำประตูได้มากที่สุดให้กับสโมสรเดียว: จำนวน 672 ประตูในทุกการแข่งขันของเขา นั้นมากกว่าใคร

4) ประตูที่ทำได้มากที่สุดในฤดูกาลเดียวในทุกการแข่งขัน: ชาว อาร์เจนตินา ยิงได้ 73 ประตูในฤดูกาล 2011/12

5) ดาวซัลโว เอล กลาซิโก้: เมสซี ยิงประตูใส่ เรอัล มาดริด คู่แข่งตลอดกาลของพวงเขาได้ถึง 26 ประตู

6) แฮตทริคมากที่สุด: กองหน้ารายนี้ทำแฮตทริกได้ 48 ครั้ง ซึ่งถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

7) ประตูที่ทำได้มากที่สุดในปีปฏิทินเดียว: ในปี 2012 เขามีสถิติการทำประตูอันแสนอัศจรรย์ด้วยจำนวนรวม 91 ประตู ซึ่งไม่ใช่แค่สถิติของสโมสรเท่านั้น แต่ยังเป็นสถิติโลกลง กินเนสส์ บุ๊ค อีกด้วย

8) ประตูที่ทำได้มากที่สุดจากการยิงฟรีคิก: นักเตะวัย 34 ปีรายนี้ยิงได้ 50 ประตูจากฟรีคิก

9) ประตูในบ้านมากที่สุดเกมเหย้ามากที่สุดในฤดูกาลเดียว: เมสซี ฝากผลงานไว้ 46 ประตูที่ คัมป์ นู ในทุกการแข่งขันในฤดูกาล 2011/12 – ซึ่งมากที่สุดในหมู่ผู้เล่น บาร์เซโลนา

10) ประตูสูงสุดที่ทำได้ในรายการ โจน กัมเปร์: ด้วยจำนวนรวม 9 ประตู

งานแตกออกอีก! บาร์เซโลน่า กุมขมับทันที “อเกวโร่” เจ็บจะต้องพักยาว 3 เดือน

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่ที่ ลาลีกา สเปน จำเป็นต้องพบกับข่าวร้ายตลอดปัจจุบัน เซร์คิโอ อเกวโร่ แผงหน้ากลุ่มชาติอาร์เจนติเตียนน่า ที่พึ่งย้ายมาร่วมทีมจำเป็นต้องโชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนัก จากการรายงานของ 90min.com เว็บไซต์ดังในโลกลูกหนัง

โดย จอมบุกฟ้าขาววัย 33 ปี เพิ่งย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัวเมื่อซัมเมอร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา ก่อนเปิดฉากสนามในเกมฝึกซ้อมเจอกับ ยูเวนตุส แล้วได้รับบาดเจ็บซึ่งเบื้องต้นกลุ่มคาดว่าจำเป็นจะต้องใช้เวลาพัก 3-4 สัปดาห์

แม้กระนั้นผลสแกนจากกลุ่มแพทย์เปิดเผยว่า เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บเอ็นรอบๆน่อง ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาสำหรับเพื่อการรักษานานถึง 3 เดือน (ประมาณ 10 สัปดาห์) นั่นเท่ากับว่าเจ้าตัวจะฟิตกลับมาลงไปในสนามช่วยกลุ่มได้จำเป็นต้องรอคอยถึงช่วงพฤศจิกายน เลยทีเดียว

สำหรับ บาร์เซโลน่า มีโปรแกรมหนักในช่วงก่อนถึงพฤศจิกายน โดยจะมีทั้งเกมที่จำเป็นต้องไปเยือน แอต.มาดริด, เยือน เรอัล มาดริด แถมในฤดูกาลนี้กลุ่มยังจำเป็นต้องมาเสีย ลิโอเนล เมสซี่ แผงหน้ากัปตันกลุ่มคนเก่งข้างหลังประสบพบปัญหาทางด้านการเงินอย่างมากไม่อาจจะต่อสัญญากับแข้งสำคัญได้แม้เจ้าตัวจะยอมลดค่าเหนื่อยลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์และก็ตาม

ด้าน โรนัลด์ คูมัน ผู้จัดการทีมฟุตบอลเปิดเผยว่า “มันแย่ที่เขาได้รับบาดเจ็บในเช้าวันนี้ ที่ผ่านมา เขาฝึกหัดได้ดี และก็เขาสามารถมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อกลุ่มที่จะก้าวไปด้านหน้าไปกับเรา”

คนงามได้เฮ! ปีทองคำของ “ฮุยเทมา” วันเดอร์คิดสาวแคนาดาซิวทองคำโอลิมปิก

นับว่าเป็นปีทองของสาวสวยยอดนักฟุตบอลคนนี้จริงๆสำหรับ ยอร์ดีน ฮุยเทมา วันเดอร์คิดแม่เนื้อนุ่มทีมชาติแคนาดา

เมื่อล่าสุด กองหน้าวัย 20 ปี ร่วมสร้างประวัติศาสตร์กับทีมชาติบอลหญิงแคนาดา คว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการชนะในตอนดวลจุดลูกโทษเหนือ ทีมชาติประเทศสวีเดน 3-2 ข้างหลังใน 120 นาทีเท่ากันแบบสุดสูสี 1-1

ซึ่งให้ย้อนไปก่อนหน้าโอลิมปิกจะเริ่ม ฮุยเทมาก็พึ่งจะได้แชมป์บอลลีกหญิงของฝรั่งเศสกับสังกัดเดิมอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาแล้ว พูดได้ว่าประสบผลสำเร็จใน 2 รายการใหญ่ด้านในฤดูกาลเดียวกันไปเลย

สำหรับ สาวน้อยฮุยเทมา มั่นใจว่าแฟนกีฬาบอลผู้คนจำนวนมากบางครั้งก็อาจจะพอรู้จักคุณ จากการที่เป็นหวานใจของ อัลฟอนโซ เดวีส์ ตัวขอบเส้นสุดจี๊ดของ บาเยิร์น มิวนิค ดีกรีทีมชาติแคนาดา พูดได้ว่าตลอด 4 ปีที่ เดวีส์ และก็ ฮุยเทมา คบค้าสมาคมกัน ทั้งสองนับว่าเป็นคู่ควงนักเตะระดับการเกิดของชาวแคนาดาที่สื่อมวลชนให้ความสนใจอย่างมาก

ต้อนรับอบอุ่น! “เอริคบวงสรวง” เข้ารายงานตัวกับอินเตอร์ฯ

คริสเตียน อิริคเซ่น กลับมารายงานตัวกับ อินเตอร์ มิลาน พร้อมเจอหน้าเพื่อนฝูงๆในทีม รอคอยประเมินว่ากลับมาลงสนามได้ไหม

คริสเตียน อิริคเซ่น เดินทางกลับมาเจอหน้าเพื่อนฝูงๆใน อินเตอร์ มิลาน เป็นหนแรกนับตั้งแต่ที่เกิดภาวการณ์หัวใจหยุดเต้นรุนแรง ก่อนจะเข้ารับการตรวจว่าเขาจะกลับมาลงสนามได้ไหม

อินเตอร์ มิลาน คำชี้แจงการันตีการกลับมาของ เอริคเซ่น สู่สมาพันธ์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ระทึก หัวใจหยุดเต้นระหว่างเกมยูโร 2020 ที่รับใช้ เดนมาร์ก ในเกมเจอ ฟินแลนด์ ตั้งแต่วันที่ 12 เดือนมิถุนายนก่อนหน้านี้ ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทุกคนที่สมาพันธ์ อย่างไรก็แล้วแต่ ต่อจากนี้นักฟุตบอลจะกลับไปรักษาตัวต่อที่โคเปนเฮเก้นคำชี้แจงจากสมาพันธ์กำหนด “อิริคเซ่น ที่ทักที่ปรึกษา โค้ช เพื่อนฝูงร่วมทีมและสตาฟฟ์ทุกคนตรงนั้น สบายดีและสภาพร่างกายกับจิตใจของเขาก็ดีที่สุด”

“อิริคเซ่น จะกระทำตามโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายตามที่แพทย์ชาวเดนมาร์กเสนอ ซึ่งพวกเขาจะรอติดต่อประสานงานการดูแลและรักษาที่จะตามมาและจะรอแจ้งข้อมูลให้ฝ่ายหมอของ อินเตอร์ รู้”

ก่อนหน้าที่ผ่านมา มีแถลงการณ์ว่า ในกรณีของ เอริคเซ่น บางทีอาจมิได้รับอนุญาตให้ลงเล่นบอลในอิตาลี หากมีการฝังเครื่องกระตุกหัวใจภายในร่างกาย เนื่องจากว่ากฎของบอลอิตาลีห้ามไม่ให้นักฟุตบอลที่มีเครื่องมือดังที่กล่าวถึงมาแล้วในตัวลงสนาม แตกต่างจากลีกอื่นของยุโรป

ขอขอบพระคุณ

เจ้าของงานสุดบอบช้ำ! สเปน เชือด ประเทศญี่ปุ่น ต่อเวลา 1-0 ทะลุชิงทองลูกหนังโอลิมปิก

การแข่งขันชิงชัยบอล โอลิมปิกเกมส์ 2020 รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง “ซามูไรบลู” กลุ่มชาติญี่ปุ่น พบกับ “กระทิงดุ” ประเทศสเปน ที่สนามไซตามะ สเตเดี้ยม เมื่อวันอังคารที่ 3 เดือนสิงหาคม 2564

เริ่มเกมมาเพียงแค่ 6 นาที ประเทศสเปน แทบได้ทางออกนำ ดานี่ โอลบด ลากขึ้นด้านซ้ายก่อนเปิดเข้าจุดโทษบอลเลยไปถึง ไม่เกล เมริโน่ ได้โหม่งจ่อๆข้ามคานออกหลังไป

นาทีที่ 11 เจ้าถิ่นแทบได้เช่นกันจากจังหวะที่ ไดอิชิ ฮายาชิ ได้บอลหลุดเข้าจุดโทษก่อนซัดข้ามคานออกไป แต่ว่าจังหวะนี้ผู้ตัดสินเป่าย้อนหลังว่าเป็นลูกล้ำหน้าไปแล้ว
นาทีที่ 31 กลุ่มเยี่ยมแทบได้อีกคราวจากจังหวะที่ ไม่เกล โอยาร์ซาบัล ได้บอลในจุดโทษก่อนสับไกด้วยขวาบอลพุ่งเหาะข้ามคานออกหลังไปอีก

นาทีที่ 42 “ซามูไรบลู” ได้สวนบ้าง ทาเคฟุสะ ลุกโบะ ลากบอลหลุดเข้าจุดโทษก่อนเปิดไปหน้าประตูให้ เรโอ ฮาตาเตะ ยิงจ่อๆติดแนวรับออกหลังไป หมดครึ่งแรกยังเท่ากัน 0-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 51 เจ้าบ้านได้โอกาสอีกคราวจากจังหวะที่ เรโอ ฮาตาเตะ เก็บบอลได้หน้าจุดโทษก่อนไหลให้ ไดอิชิ ฮายาชิ ซัดด้วยขวาหลุดเสาออกไปอย่างโชคร้ายนาทีที่ 56 เกมจะต้องหยุดเพราะผู้ตัดสินเป่าจุดลูกโทษให้กับ ประเทศสเปน หลังคิดว่า มายะ โยชิดะ ไปเสียบ ไม่เกล เมริโน่ ล้มลง แต่หลังจากที่เช็ค VAR แล้ว ปรากฏว่า ปราการหลังญี่ปุ่น เสียบโดนบอลก่อน

นาทีที่ 76 “กระทิงดุ” แทบได้ประตูแบบสุดๆเปดรี เปิดบอลไปไถล อาโอะ ทานากะ บอลไปเข้าทาง ราฟา มีร์ ได้หลุดโดดเดี่ยวเข้าไปยิงด้วยขวาแต่ว่า วัวเซะ ทานิ ออกมาบล็อกไว้ได้ทัน

ท้ายเกม ประเทศสเปน โหมบุกหนักแล้วก็แทบได้หลายทีจาก ไม่เกล โอยาร์ซาบัล แล้วก็ ราฟา มีร์ แต่ว่าก็ยังไม่สามารถส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้ จบ 90 นาที เท่ากัน 0-0 จะต้องขยายเวลาพิเศษออกไป 120 นาที
นาทีที่ 115 ประเทศสเปน มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ไม่เกล โอยาร์ซาบัล ส่งบอลเข้าจุดโทษให้ มาร์โก อเซนสิโอ้ พลิกแล้วปั่นด้วยซ้ายเสียบเสาสองเข้าไปเด็ดขาด

จบเกม ประเทศสเปน เฉือนเอาชนะ ญี่ปุ่น ไปได้ 1-0 ผ่านไปสู่รอบชิงเหรียญทอง โดยจะไปพบกับ “แชมป์เก่า” กลุ่มชาติบราซิล ในวันเสาร์ที่ 7 เดือนสิงหาคม นี้

รายนามผู้เล่นของทั้งสองกลุ่ม
ญี่ปุ่น (4-2-3-1) : วัวเซะ ทานิ – ยูตะ นากายาม่า, วัว อิตาลุกระ, มายะ โยชิดะ, ฮิโรกิ ซากาอิ – วาตารุ เอนโดะ, อาโอะ ทานากะ – เรโอ ฮาตาเตะ, ริตสึ โดอัน, ทาเคฟุสะ ลุกโบะ – ไดอิชิ ฮายาชิ
ประเทศสเปน (4-3-3) : อูไน ซิมอน – มาร์ค ฉันฉันเรย่า, เอริค การ์เซีย, เปา ตอร์เรส, ออสการ์ กิล – ไม่เกล เมริโน่, มาร์ติน ซูบิเมนดี้, เปดรี – ดานี่ โอลบด, ราฟา มีร์, ไม่เกล โอยาร์ซาบัล

ลีลล์ โค่น เปแอสเช 1-0 ซิวแชมป์ซูเปอร์ คัพ หนแรก

ลีลล์ โชว์ได้สมราคา แชมป์ ลีก เอิง หลังเอาชนะ กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปได้ 1-0 ได้แชมป์ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ไปครอบครองเป็นยุคเเรก

การประลองฟุตบอล เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ที่สนามบลูมฟิลด์ สเตเดียม, เทล อาวีฟ (อิสราเอล) “ตราหมา” ลีลล์ แชมป์ ลีก เอิง ประเทศฝรั่งเศส ดวลเดือดกับ กรุงปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เฟรนช์ คัพ

ลีลล์ แชมป์ลีก เอิง ส่งคู่หอกเก่ง โจนาธาน เดวิด กับ บูรัค ยิลมาซ ส่วน กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์เฟร้นช์ คัพ มี เมาโร อีการ์ดี้ ยืนหน้าเป้าผลปรากฏว่า ครึ่งแรกมาถึงนาทีที่ 45 ลีลล์ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ บูรัค ยิลมาซ จ่ายบอลให้ เชกา ตะบันด้วยขวาจากหน้าจุดโทษ บอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายอย่างเฉียบขาด ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ครึ่งหลัง เป็น เปแอสเช ที่ครอบครองบอลได้มากกว่าอย่างได้ชัด กระทั่งนาทีที่ 71 เมาริสิโอ โปเชตติเตียนโน จำต้องเปลี่ยนตัวส่ง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม สมัยก่อนกองกลางลิเวอร์พูล ลงมาเพื่อหวังยกระดับเกมแดนกลาง

หลังจากนั้นนาทีที่ 74 เปแอสเช เกือบจะตีเสมอ จากจังหวะที่ เมาโร อิคาร์ดี ยิงเข้าไปแล้ว แต่โดนผู้ตัดสินจับล้ำหน้า

ตอนที่เหลือเปแอสเช พยายามลุยใส่ ลีลล์ อย่างหนัก แต่ท้ายที่สุดก็เจาะเข้าไปทำคะแนนมิได้ จบเกม ลีลล์ เป็นฝ่ายเอาชนะ 1-0 ได้แชมป์ โทรเฟ่ เดส์ ช็องปิย็องส์ หรือ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ในปีนี้ไปครอบครอง ก่อนที่ลีก เอิง ฤดูใหม่จะเริ่มในสุดสัปดาห์หน้า

นายใหม่หน้าเก่า! “อัลเลกรี” หวนคุมกลุ่มยัน “โรนัลโด้” เป็นกำลังสำคัญ ยูเวนตุๆส

มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กุนซือใหญ่ของชมรม ยูเวนตุส ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา ออกมารับรองว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะยังคงค้าหน้าแข้งใน ตูริน ถัดไป ท่ามกลางข่าวโคมลอยหัวข้อการย้ายกลุ่มก่อนข้อตกลงของเขาจะหมดลง ตามรายงานจาก แมนเชสเตอร์ อิฟนิงนิวส์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองแชมป์ พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้วกลายเป็นข่าวสารเชื่อมโยงกับแนวรุกชาวโปรตุกีสมาตลอดช่วงซัมเมอร์ ภายหลังที่มีแถลงการณ์ว่าเจ้าตัวอาจจะต้องย้ายกลุ่มเนื่องมาจากปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับทางการคลังของกลุ่ม เบียงโคเนรี และก็ผลงานที่ล้มเหลวจากฤดูกาลก่อน

แม้กระนั้น อัลเลกรี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้กลับมาปฏิบัติภารกิจกุนซือของ ยูเวนตุส เป็นคำรบสองได้รับรองผ่านสื่อว่า เขายังคงปรารถนาเก็บ โรนัลโด้ เอาไว้กับกลุ่มถัดไป โดยได้มีการเสวนากับผู้ครอบครองรางวัลบัลลงดอร์ 5 ยุคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“โรนัลโด้ เป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่และก็เป็นคนฉลาดหลักแหลม ผมได้คุยกับเขาเมื่อวานนี้อย่างกับที่ทำกับคนอื่นๆผมบอกเขาว่านี่คือฤดูกาลที่สำคัญและก็ผมพอใจที่ได้เจอกับเขาอีกรอบ เวลานี้เขาจะต้องรับผิดชอบมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเหตุว่า 3 ปีที่ล่วงเลยไปพวกเราเป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์มากขึ้น เวลาที่มีนักเตะดาวรุ่งอยู่ในกลุ่มด้วย”

“ผมคาดหวังไว้มากกับเขาในเรื่องของความรับผิดชอบ เขามีสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยมและก็ฟิตมาก มันมีช่วงเวลาที่ผิดแผกออกไปในหนึ่งซีซัน พวกเราจะต้องลงเล่นหนึ่งเกมในทุกๆสามวัน ผมจึงจำเป็นที่จะต้องเวียนนักเตะ และก็ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมด้วย” อัลเลกรี กล่าว

ย้ายหรือไม่ย้าย? “ฮาแลนด์” เปิดใจข้างหลังถูกลือหนักตระเตรียมซบ เชลซี ซัมเมอร์นี้

เออร์ลิง ฮาแลนด์ แนวรุกฟอร์มรุนแรงของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ออกมาเผยเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง ภายหลังที่กลายเป็นข่าวกับ เชลซี กลุ่มมหาเศรษฐีจาก พรีเมียร์ลีก ตลอดตอนซัมเมอร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก เดลี่เมล์

เชลซี กลายเป็นข่าวไล่ล่าตัว ศูนย์หน้าวัย 21 ปี โดยมีรายงานว่าพวกเขาพร้อมทุ่มเงินกว่า 150 ล้านปอนด์ พร้อมแถมนักฟุตบอลบางรายเป็นข้อแนะนำให้กับ “เสือเหลือง” พิจารณา แต่ว่าก็โดนไม่ยอมรับเป็นที่เป็นระเบียบ

เว้นแต่ เชลซี แล้ว ฮาแลนด์ ยังมีข่าวกับ เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีความสนใจดึงแนวรุกรายนี้ไปล่าตาข่ายเช่นกัน แต่ว่าก็ยังไม่มีรายงานเรื่องการยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการจากทั้งสองกลุ่ม

แม้กระนั้น ดาวซัลโวของดอร์ทมุนด์ ก็ได้ออกมาพูดถึงประเด็นนี้เป็นครั้งแรกหลังกลับมาเก็บตัวตอนพรีฤดูกาลกับชมรมที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเจ้าตัวบอกว่าข่าวที่ออกมานั้นไม่เป็นความจริงอะไร

“ก่อนหน้าที่ผ่านมาผมไม่ได้คุยกับเอเยนต์ (มิโน่ ไรโอล่า) มาเป็นเดือนแล้ว ด้วยเหตุนั้นคุณก็ได้คำตอบเป็นระเบียบ มันเป็นเพียงแค่ข่าวซุบซิบ เพราะว่าค่าตอบแทนขนาดนั้นมันสูงมากมายๆสำหรับคนคนหนึ่ง”

“ผมยังเหลือสัญญาอีกสามปี ผมแฮปปี้ที่ได้อยู่ตรงนี้ แต่ว่าแน่นอนว่าการได้แชมป์เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะว่าโน่นเป็นสิ่งที่ผมอยาก” ฮาแลนด์ กล่าว